วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558
ความเป็นมานายวิโรจน์ คงปัญญา
เกิด วันที่ 1 มกราคม 2490
สถานที่เกิด จังหวัดนครศรีธรรมราช
บิดา นายเชย คงปัญญา
มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน
1.นางหนูริม ไตรเมศ
2.นางมารี นวลมังสอ
3.นายวิโรจน์ คงปัญญา
คู่สมรส นางยินดี
คงปัญญา
มีบุตรธิดารวม 3 คน
1.นางวราภรณ์ สุวรรณพันธ์ ทำธุรกิจส่วนตัว
2.นายนิวัฒน์ คงปัญญา ทำงานรัฐวิสาหกิจ
3.น.ส.เสาวภา คงปัญญา ทำงานพยาบาลวิชาชีพ
ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 82/1 หมู่ที่ 2 ตำบลทอนหงส์
อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทรศัพท์ 075-394337 , 089-8723368
อาชีพ 1.อาชีพหลัก
ทำสวนยางพาราและสวนผลไม้(สวนสมรม)
2.อาชีพรอง
ทำงานบริษัท เครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด
3.อาชีพเสริม
ผลิตเส้นขนมจีนจำหน่ายปลีกและส่ง
2.ประวัติการศึกษา
การศึกษา
จบระดับประถมศึกษาปีที่
4 โรงเรียนคงคาวง
จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียน ศิริปัญญาจารย์
จบระดับปริญญาตรี
หลักสูตรศิลปะศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และ
ขณะนี้กำลังการศึกษาต่อปริญญาโท
สาขา สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน
3.ประสบการณ์ทำงาน
ปีพ.ศ. 2529 เป็นนายกสมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์
2534 เป็นกรรมการสมาคมชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช
2534-2536 เป็นกรรมการสมาคมกลุ่มออมทรัพย์บ้านดอนคา
2534-2540 เป็นประธานกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
2537-2551 เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร
จำกัด
2542-2545 เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนตำบลทอนหงส์
2543-2548 เป็นอนุกรรมการกองทุนหมู่บ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช
2544-2546 เป็นอนุกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
2545-2548 เป็นกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนพรหมคีรี
อ.พรหมคีรี
2547-2548 เป็นอนุกรรมการประเมินองค์กรปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช
2548-2550 เป็นคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
2549 เป็นคณะกรรมการประกวดหมู่บ้านระดับภาคของกรมการพัฒนาชุมชน
2550-2552 เป็นกรรมการสถานศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์จังหวัดนครศรีธรรมราช
2551-2553 เป็นกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรม ส่งเสริมการเกษตร
2554-ปัจจุบัน ผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
2558 ประธานกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
4.ประวัติเกียรติคุณที่ได้รับ
1)รางวัลชนะเลิศการประกวดกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจากกรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2538
2)รางวัลผู้นำอาชีพก้าวหน้าระดับจังหวัดโดยคณะกรรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยปี
พ.ศ. 2541
3)ใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นด้านผู้นำชุมชน
คนดีศรีพรหมคีรี ปีพ.ศ.2542
4)รางวัลเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชสาขาภูมปัญญาชาวบ้านปี
พ.ศ.2543
5)ใบประกาศเกียรติคุณในการแทรกแซงราคายางพาราจนประสพผลสำเร็จปี
พ.ศ.2543
6)ประกาศนียบัตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร
ปีพ.ศ.2543
7)เกียรติบัตรนักพัฒนาดีเด่น
ด้านจัดกระบวนการด้านพัฒนาชุมชนกลุ่มออมทรัพย์บ้านทอนหงส์และบริษัทผลิตภัณฑ์เครือข่ายอาหาร
จำกัด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
8)ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณพัฒนาวิสาหกิจชุมชนดีเด่น/เศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงมหาดไทยปี
พ.ศ. 2547
9)ได้รับประกาศเกียรติคุณ คนดีเพื่อสังคม อำเภอพรหมคีรี ปี พ.ศ.
2548
10)ได้รับประกาศเกียรติคุณ คนดีเพื่อสังคม ระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี
พ.ศ.2548
5.ประวัติการทำงานและผลงานเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้
เริ่มต้นชีวิตการทำงานยางพารา
ที่ได้ตกทอดมาจากคุณพ่อสมัย ปีพ.ศ.2506 เพราะครอบครัวคุณพ่อทำอาชีพสวนยางพารา
และสวนสมรมแต่สวนยางพาราสมัยนั้นเป็นยางพาราพื้นเมือง โคนต้นยางที่โตขนาด 200-400
ซ.ม. และน้ำยางประมาณต้นละ 3-7 ขีด ของน้ำยางแต่ละวันที่กรีด
เพราะกระแสการพารามาแรงมาก เนื่องจากราคายางขึ้นไปถึง กิโลกรัมละ 20 บาท
ซึ่งสำหรับอาชีพชาวสวนยางสมัยนั้นกิโลกรัมละ 20 บาทนับว่ามากพอทีเดียว
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครอยากไปเรียนต่อหรือประกอบอาชีพอื่น เพราะทำสวนยางมีเงินมากกว่า
ยางไม่กี่กิโลกรัมก็ได้เงินเป็นร้อยแล้ว (เทียบค่าเพิ่มประมาณ 10 เท่าในปัจจุบัน)
นายวิโรจน์ คงปัญญา
มีศักยภาพที่จะเรียนต่อได้ แต่ก็ไม่เรียน เพราะต้องเดินทางไปเรียนที่ตัวจังหวัด 30
กิโลเมตร เพราะขณะนั้นทำสวนยางมีเงินใช้จ่ายอย่างคล่องมือ
ทำให้การเป็นอยู่ของชีวิตในตอนนั้นไม่ลำบา
จากวัยรุ่นสู่ชีวิตครอบครัว
พออยู่ระยะหนึ่งในปีพ.ศ.2512
ราคายางก็ลดลงต่ำสุดทำให้ชีวิตของกระผมต้องเปลี่ยนไป
สวนยางพาราพื้นเมืองที่คุณพ่อปลูกไว้ก็ทรุดโทรมมากจำเป็นต้องโค่นสวนยางเก่าและปลูกใหม่
เมื่อย่างเข้าสู่วัยที่ลูกผู้ชายต้องบวชเรียนก็ได้เข้าอุปสมบทที่วัดใกล้
ๆบ้านตามวิถีชีวิตของคนชนบทที่ลูกผู้ชายต้องบวชเรียนก่อนเพื่อที่พ่อแม่จะได้จับชายผ้าเหลืองของลูกชายเป็นบุญกุศลจึงได้บวช
1 พรรษาเมือได้ลาสิกขาแล้วก็ไปรับการคัดเลือกเป็นทหารกองเกินพอดี
ผลการคัดเลือกในปีนั้นก็ไม่ได้รับการคัดเลือกก็ได้กลับมาใช้ชีวิต
ทำสวนตามปกติและก็ได้แต่งงานกับ นางสาวยินดี สุทธพันธ์ ในช่วงระยะแรกของการแต่งงาน
จากที่ใช้ชีวิตคนเดียวเมื่อมีครอบครัวก็ต้องมาใช้ชีวิตอย่างรอบคอบขึ้นไม่ว่าการเป็นอยู่และการทำมาหากินเพื่อที่จะสร้างรายได้ให้ความมั่นคงแก่ครอบครัว
จึงวางแผนชีวิตไว้สามขั้นตอน
คือ 1.ต้องมีอาชีพหลัก 2.ต้องมีอาชีพรอง 3.ต้องมีอาชีพเสริม
ในช่วงการเริ่มมีบุตรคนแรก
มีปัญหาเยอะมาก บางช่วงรายได้ไม่พอรายจ่าย
ต้องทำงานทุกอย่างกระผมได้ศึกษาและเรียนรู้การดำรงชีวิตท่ามกลางความยากลำบากมาระยะหนึ่ง
จนทำให้มองเห็นปัญหาทุกอย่าง กระผมมองว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะเราทำงานเลียนแบบมาจากพ่อแม่ซึ่งทำแบบเก่า
ๆ ไม่มีการพัฒนา
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
พอลองจดบันทึกและคำนวณจากที่เราทำสวนมาเป็นเวลา 10 ปี จริง ๆแล้วเรามีกำไรแค่ 3
ปีแรกอีก 7 ปีขาดทุน เพราะเราเป็นเกษตรกรไม่คิดค่าแรงตัวเองแต่กินทุนตนเอง
จากการจดบันทึกทำให้ทราบว่าเรากู้หนี้เอามาหมุน
ขั้นตอนที่มีกำไรคือค้าขายและแปรรูป ซึ่งส่วนใหญ่พวกเราเป็นเกษตรกรเอาไปขายพ่อค้า
เพราะพวกเราขาดการจัดการดั่งนั้นพวกเราต้องเปลี่ยนวิธีการจัดการและแปรรูปทำทุกขั้นตอนเรียนรู้
จะทำคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องร่วมกันทำ
กระผมตั้งใจว่าจะทำให้พวกชาวเกษตรกรสามารถพัฒนาตนเองได้ ซึ่งทดลองแล้วว่าทำได้
จึงทำให้เกิดการร่วมกลุ่มขึ้นเป็นเครือข่ายใช้เชื่อว่าเครือข่าย ยมมา
เพื่อผลิตแป้งขนมจีนสำเร็จรูปขึ้น และจดทะเบียนจัดตั้งเป็น บริษัท
เครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เอาข้าวสารมาแปรรูปเป็นแป้งขนมจีน
สามารถพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรผู้ผลิตเส้นขนมจีนรายย่อยเป็นแนวทางเท่านั้นไปคุยกับนักธุรกิจเพื่อขอรับคำปรึกษาบ้าง
เพื่อขอคำแนะนำในสิ่งที่กระผมเองยังไม่รู้หรือเกิดข้อสงสัยเพื่อจะนำมาปรับปรุงในการทำงานอยู่ตลอดเวลา
การทำงานเพื่อส่วนรวมและชุมชน
1.เรียนรู้เรื่องสวนยางและราคายาง
กระผมเป็นชาวสวนยาง เห็นชาวสวนยางแย่ลง แต่พ่อค้าคนกลางกลับรวยขึ้น
เพราะมีเงินทุนมีมันสมองและพวกเขากำหนดราคาเองในการรับซื้อ
เราพวกเกษตรกรก็ทำสวนกันมานานเหมือนกัน มีจุดแข็งคือ
มีสวนมีผลผลิตมีทรัพยากรแต่พวกเราหลาย ๆ คนต้องมารวมตัวกัน
เพื่อจัดตั้งองค์กรปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ตามความต้องการเป็นทั้งผู้ผลิตและคนกลาง
เพื่อต่อรองราคากับพ่อค้าหรือให้พ่อค้าประมูลราคาขาย
ในช่วงปีพ.ศ.2529
มีชาวสวนยางในตำบลทอนหงส์รวมกลุ่มกันประมาณ 70 คน ได้ประชุมร่วมกัน
จึงนำปัญหามาวิเคราะห์พบว่ามีปัญหา 4 เรื่องคือ คุณภาพ น้ำหนัก ราคา องค์กร
มีประชุมจังค้นหาคำตอบร่วมกัน จนได้ข้อสรุปว่าพวกเราต้องร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรที่เป็นทางการที่ประชุมได้อภิปรายและมีข้อเสนอให้จดทะเบียน
สมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์ ได้เลือกตั้งคณะกรรมการ 9 คน
ให้คณะกรรมการเลือกนายกสมาคม 1 คน
ได้ร่างระเบียบข้อบังคับวัตถุประสงค์และยื่นจดทะเบียนเมื่อ
วันที่ 30 เมษายน
2529 ที่ประชุมได้เลือกนายวิโรจน์ คงปัญญา
เป็นนายกสมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์
หลังจากนั้นได้นัดคณะกรรมการสมาคมไปศึกษาดูงานหลายบริษัท
ที่ส่งออกยางพาราเพื่อประสานงานรับซื้อยาง หรือประมูลปรากฏว่าได้ดำเนินการมาประมาณ
3 เดือน ราคายางที่ตำหน่ายตรงให้กับบริษัทสูงกว่าพ่อค้าทั่วไปรับซื้อกิโลกรัมละ
2.50 บาททุก ๆบริษัททำให้ชาวสวนยางแก้ปัญหาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เมื่อค้นพบปัญหาและสรุปได้ว่า
ต้องรวมกลุ่มกันในการจำหน่ายย่างพารากลุ่มเล็ก ๆจึงได้จัดการจดทะเบียนจัดตั้งเป็น
สมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์ เพื่อสร้างแนวทางแก้ปัญหากับพวกเรา ตั้งแต่ระบบการปรับปรุงคุณภาพ
การจัดการด้านตลาด เป็นการจัดการทรัพยากรของชุมชน เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
ลดขั้นตอนที่เป็นภาระและค่าใช้จ่ายของพวกเราที่เป็นสมาชิกของสมาคม
ใช้องค์กรเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือตนเองและซึ่งกันและกัน
2.
ชีวิตผู้นำที่สังคมมอบให้จัดการ
เป้าหมายคือช่วยเหลือคนอื่นและเรามีความสุข
ตำแหน่งต่างๆที่ไม่เป็นทางการเยอะแยะมากมาย มาถึงตอนนี้ถามว่ามีความภูมิใจไหม
ก็ไม่ใช่ความภูมิใจ เพราะกระผมไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้
คนอื่นและสังคมเข้ามาจัดการแต่เราปฏิเสธไม่ได้ มีคนถามว่าได้รับรางวัลต่างๆ
แล้วคิดว่าจะทำอะไรต่อ ผมบอกว่า
ผมจะทำเหมือนเดิมแต่ผมต้องการค้าหาความรู้เพิ่มเติมไว้ช่วยเหลือสังคมที่เขาลำบากกว่าเรา
เมื่อเดือน
มกราคม พ.ศ.2534 สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
ได้เสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้ นายวิโรจน์ คงปัญญา
เป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาที่มีสมาชิกอยู่จำนวน 475 คน
มีเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 1,549,100 บาท
หลังจากที่ชาวบ้านได้ไว้วางใจเลือกกระผมเข้ามาทำงาน
กระผมเองก็คิดหนักอยู่หลายวัน
เพื่อสร้างแนวคิดในการพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้าและต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน
เช่น
การจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการได้รับความสนใจจากสมาชิกบุคคลทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมีส่วนร่วมของสมาชิก
ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ตลอดเป็นการใช้ภูมิปัญญาในการจัดการ “ทุน” และชุมชนได้อย่างเหมาะสม
ส่งผลให้ช้าบ้านในชุมชนและระหว่างชุมชนได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์พึ่งพาอาศัยกันมากขึ้น
กล่าวคือ กองทุนเหล่านี้ต่างก็เป็นต้นแบบของกลุ่มหรือกิจกรรมอื่นๆในชุมชน เช่น
กลุ่มรวบรวมผลผลิตและการแปรรูปร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มเยาวชน และผู้สูงอายุเป็นต้น
กระบวนการเรียนรู้ดั่งกล่าวนี้เอง
ทำให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตามนโยบายกรมการพัฒนาชุมชนมุ่งหวังเพียงให้ชาวบ้านสะสมเงินร่วมกันคนละเล็ก
คนละน้อยสำหรับเป็นทุนในการผลิตได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บางกลุ่มบางชุมชนได้
เรียนรู้มากกว่านั้น
เพราะกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาได้พัฒนาแนวคิดสร้างกระบวนการเรียนรู้เป็นระบบการจัดการทุนของชุมชนเป็นระบบสวัสดิการชุมชน
ดั่งวิโรจน์ คงปัญญา ประธานบริหาร “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา” ตำบลทอนหงส์
อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช
เคยบรรยายให้ผู้บริหารระดับสูง ของกรมการพัฒนาชุมชน ว่า “ถ้ากรมพัฒนาชุมชนจะตั้งกลุ่มออมทรัพย์”
ให้พัฒนาแนวทางใหม่คือ “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อกระจายผลผลิตและจัดสวัสดิการ”
เป็นรูปแบบการกระจายอำนาจหรือการพัฒนาจากกองทุนเล็กๆ
ให้ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในชุมชนอย่างไม่เคยมีมาก่อน
งานที่ทำหรือรับผิดชอบในปัจจุบัน
อาชีพ : ทำการเกษตรหรือทำสวนเป็นอาชีพหลักของครอบครัว
- สวนยางพารา
- สวนสมรม มีผลไม้ต่างๆ เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง สะตอ
- ผลิตเส้นขนมจีนจำหน่าย
- ค้าขาย
- การทำงาน: เพื่อส่วนรวมชุมชน
- ประธานองค์กรเครือข่ายการเงินชาวบ้านเมืองนคร
- กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
- กรรมการสถานศึกษามหาวิทยาลัยช่างศิลปะนครศรีธรรมราช
- ประธานกรรมการ วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
- กรรมการและผู้จัดการบริหาร บริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด (โรงแป้งขนมจีน)
สำนักงาน: ที่ทำงานปัจจุบัน
1.) บริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด 27/6 หมู่ที่ 5 ตำบลกะหรอ อำเภอนบพิตำ
จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 โทรศัพท์ 075-470992 089-8723368
2.)วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
195 หมู่ที่2
ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช 80320
โทรศัพท์ 075-394000
แฟ๊ก 075-394000 089-8723368
บทเรียนวิสาหกิจชุมชน
โรงแป้งขนมจีนจังหวัดนครศรีธรรมราช
เริ่มจุดประกายจากผู้นำ
เครือข่าย “ยางพารา” “ไม้ผล” “และนาข้าว” ที่มีผู้นำแต่ละองค์กรได้ร่วมประชุมกันทำแผนแม่บทชุมชนร่วมกับชุมชนอำเภอพรหมคีรีในการสร้างนวัตกรรมแนวคิดใหม่ในการดำเนินการ
“วิสาหกิจชุมชน” ทั้งที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติรองรับ
จึงเป็นที่สงสัยของสังคม
ว่าชุมชนมีศักยภาพหรือไม่ประเด็นอยู่ที่ว่าผ่านมาชุมชนถูกครอบงำโดยระบบสังคม
การหลุดพ้นออกจากครอบงำได้ด้วยตนเองเป็นเรื่องยากชุมชนที่ทำได้ถือว่าเป็น “-ข้อยกเว้น” เป็นชุมชนที่มีศักยภาพสูงกว่าชุมชนอื่นๆ
ที่ดิ้นรนด้วยตนเอง ขณะที่ชุมชนอื่นๆ หากได้รับการสนับสนุน
โดยเฉพาะโอกาสเรียนรู้ที่เหมาะสมพวกเขาก็พัฒนาตนเองได้เช่นเดียวกัน
ในการเรียนรู้เบื้องต้นชองชุมชนต้องร่วมกันคิดและร่วมกันค้นหาศักยภาพของตนเองและตอบคำถามให้ได้ด้วยวิธีคิดใหม่ว่าจะเอาทุน
เอาความรู้ เอาตลาด มาจากไหน และต้องเป็นอะไรที่ใหม่
แตกต่างจากเดิมเมื่อคิดถึงต้นทุน ก็คิดถึงองค์กรทุน หน่วยงานของรัฐบ้าง ธนาคารบ้าง
คิดถึงทุนจากภายนอกเป็นอันดับแรก แต่วิธีคิดใหม่นี้ต้องค้นหา “ทุน” ภายในชุมชนเอง ทุนซึ่งชุมชนจำนวนมาก
ได้ค้นพบว่ามีอยู่มาหมาย ทั้งทุนทรัพยากร ทุนโภคทรัพย์ ทุนทางสังคม
เมื่อค้นพบเช่นนี้ชุมชนหลายแห่งที่อยู่กับเครือข่ายเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าตัวเองเข้ามาลงทุนลงหุ้นเพื่อเริ่ม
“วิสาหกิจชุชน” โรงแป้งขนมจีนด้วยความเชื่อมั่นว่าจะไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน
เพราะพวกเขามีพร้อม ความรู้ก็มีในชุมชนขาดความรู้ด้านอะไรก็ออกไปเรียนรู้ได้
มีคนพร้อมที่จะให้ความรู้
แม้จะต้องออกค่าใช้จ่ายเองชุมชนก็พร้อมที่จะลงทุนให้ไปเรียนเพื่อกลับมาพัฒนา “วิสาหกิจชุมชน” ตลาดนั้นแต่เดิมมักคิดถึงตลาดใหญ่ในเมืองทั้งๆที่ตลาดใหญ่มีอยู่แล้วในชุมชน
ผู้บริโภคคือชาวบ้าน นอกนั้นยังมีตลาดเครือข่ายระหว่างตำบล อำเภอ จังหวัด
และภาคที่เชื่อมเป็นเครือข่ายกัน
นอกจากความคิดเรื่องตลาดแล้ว
วิสาหกิจชุมชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองว่าอยู่ที่เครือข่าย พวกเราคิดคนเดียว
ทำคนเดียวไม่ได้คิดในกลุ่มเล็กๆ ทำในกลุ่มเล็กๆ ก็อาจจะไปไม่รอด
หลายๆเรื่องต้องคิดร่วมกันบริโภคร่วมกันใช้ด้วยกันต้องคิดและทำเครือข่าย
เพราะนี้จุดแข็งขององค์กรชุมชนและวิสาหกิจชุมชน
พวกเราระดมหุ้นเพราะมีหุ้นส่วนจากเครือข่าย
ระดมทรัพยากรวัตถุดิบผลผลิตจากสมาชิกเครือข่าย
มีการแลกเปลี่ยนผลผลิตสินค้าที่แปรปรวน ส่วนต่างจึงจ่ายเป็นเงินสด
โดยเน้นที่สินค้าพื้นฐาน
ต้องกินต้องใช้เป็นอันดับแรกและมีทรัพยากรในชุมชนของเราเอง
การแลกเปลี่ยน
เป็นวิธีการที่ใช้กับทุกระดับอยู่แล้วตั้งแต่การผลิตแบบอุตสาหกรรมครัวเรือนไปถึงระดับชาติอย่างคนที่ผลิตข้าวสารจากเครือข่ายปากพนังและหัวไทรเปลี่ยนสินค้ากับเครือข่ายโรงแป้งขนมจีนที่อำเภอพรหมคีรี
และส่วนหนึ่งเอาแป้งขนมจีนไปแลกกับสินค้าอื่นๆที่เครือข่ายพรหมคีรีต้องการ
ที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของวิสาหกิจชุมชน
ซึ่งหลายแห่งมีการเรียนรู้มานานหลายแห่งมีการดำเนินการระดับหนึ่ง
หลายแห่งเพิ่งเริ่มต้นและส่วนใหญ่ยังไม่ได้ลงมือเพราะต้องค้นหาศักยภาพตนเองเสียก่อน
วิสาหกิจชุมชนจึงเปิดทาง
แนวความคิดใหม่ให้การพัฒนาประเทศสร้างรากฐานให้ชุมชนมีความเข้มแข็งมีรายได้
มีสวัสดิการ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ต่อเมื่อชุมชนอันเป็นรากฐานของสังคมให้อยู่รอด
ประเทศชาติจะอยู่รอด
ผลงานที่ได้รับการยอมรับของ “คุณวิโรจน์”
คุณวิโรจน์
คงปัญญา หรือ น้าโรจน์ เป็นผู้นำชุมชนที่มีประสบการณ์ในแวดวง งานพัฒนา
สังคมต่างรู้จักกันดีว่าเป็นบริหารกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
และโรงแป้งขนมจีน ที่มีจำนวนสมาชิก10,000 กว่าคน มีเงินทุนหมุนเวียน 120
กว่าล้านบาท กระผมคิดว่าไม่ใช่ว่า
น้าโรจน์เป็นคนธรรมดาแต่แกมีความสามารถในการบริหารวาน บริหารคนและบริหารเงินให้กับสมาชิกในตำบลมีความเชื่อถือและไว้วางใจ
เฉพาะสถานที่
ที่ “น้าโรจน์” ทำงานแกได้เปิดโอกาสให้คนเข้ามาศึกษาดูงานตลอด
แกเป็นวิทยากรบรรยายให้กับผู้เข้ามาศึกษาดุงานประมาณปีละ 20-30 คณะ
กระผมได้เข้าไปศึกษาและสอบถามชาวบ้านหลายครอบครัว เรื่องชีวิต ของน้าโรจน์
แล้วนำมาเขียนแบบย่อในกรณีภาวะผู้นำที่เป็นแบบอย่างให้กับชุมชน
ผลงานที่ได้รับรางวัลจากหน่วยงานด้นเกียรติคุณ
- รางวัลชนะเลิศการประกวดกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จากกรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ปี พ.ศ. 2538
- รางวัลผู้นำอาชีพก้าวหน้าระดับจังหวัดโดยคณะกกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ปี พ.ศ. 2542
- ใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นด้านผู้นำชุมชน “คนดีศรีพรหมคีรี” ปี พ.ศ. 2543
- รางวัลเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาภูมิปัญญาชาวบ้าน ปี พ.ศ. 2543
- ใบประกาศเกียรติคุณในการแทรกแซงตลาดยางพารา จนประสบความสำเร็จปี พ.ศ.2543
- ประกาศนียบัตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปี พ.ศ.2543
- เกียรติบัตรนักพัฒนาดีเด่น ด้านจัดกระบวนการด้านพัฒนาชุมชนกลุมออมทรัพย์บ้านทอนหงส์ และบริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหารจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชปี พ.ศ.2545
- ได้รับโล่เกียรติคุณพัฒนาวิสาหกิจชุมชนดีเด่น/ เศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงมหาดไทยปี พ.ศ.2547
- ได้รับประกาศเกียรติคุณ “คนดีเพื่อสังคม” อำเภอพรหมคีรี ปีพ.ศ.2548
- ได้รับประกาศเกียรติคุณ “คนดีเพื่อสังคม” ระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีพ.ศ. 2548
- ได้รับเกียรติบัตร “โครงการรักษาสิ่งแวดล้อม” อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ปีพ.ศ.2551
การวิเคราะห์ภาวะผู้นำของ (นายวิโรจน์
คงปัญญา)
จากการวิเคราะห์แนวความคิดและทฤษฏีต่างๆ
ที่เกี่ยวกับการภาวะผู้นำและคุณลักษณะและพฤติกรรมภาวะผู้นำที่ดีของนักวิจัยได้สังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิดคุณลักษณะและพฤติกรรม
ภาวะผู้นำที่ดีมีรายละเอียดดังนี้
คุณลักษณะภาวะผู้นำ
ลักษณะนิสัย (Characteristics)
- มีความสามารถในงานบริหารที่รับผิดชอบ
- มีความยุติธรรม
- มีความสามารถในการวางแผนและจัดระเบียบงาน
- มีความซื่อสัตย์สุตจริต
- เป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา
- เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย
- เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
- มีความรับผิดชอบ
- มีคุณธรรม
พฤติกรรมภาวะผู้นำ
- บรรยากาศของความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- เน้นให้มีการวางแผนร่วมมือ
- เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- สนับสนุนการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม
- มอบหมายงานสำคัญให้แต่ละคนทำงานเรียนรู้งาน เพราะมั่นใจว่างานสำเร็จ
- สนับสนุนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ความสามารถเพื่อนำมาช้ในการแก้ปัญหาและปฏิบัติงาน
- ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรมวิชาชีพและประสบการณ์แบบอย่างนักบริหาร
- แสดงความเป็นมิตรไม่ถือตัว
- มีคำพูดกับการกระทำสอดคล้องกัน
จากการศึกษา “น้าโรจน์
คงปัญญา” และชีวิตการทำงาน
เมื่อกระผมได้ศึกษา
ชีวิตภาวะผู้นำตัวอย่าง “น้าโรจน์” จะเห็นว่าการทำงานกับสังคมของแกที่บริหารอยู่มีองค์กรสองรูปแบบ
รูปแบบที่1 เป็นรูปแบบการบริหารองค์กรการเงินที่เป็นคณะบุคคล และรูปแบบที่ 2
เป็นรูปแบบนิติบุคคลตามกฎหมาย คือบริษัทจำกัด
โดยเฉพาะรูปแบบองค์กรการเงินที่เป็นคณะบุคคลที่มีสมาชิกจำนวนมากและต้องอาศัยคณะบุคคลทำงานและบริหารจำนวน
47 คน เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน 4 คน เพราะต้องรับผิดชอบเงินของสมาชิกจำนวน 100
กว่าล้านบาท และกิจการวิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์ให้บริการสมาชิกหลายกิจการเช่น
- ออมเงินทุกๆเดือน
- รับฝากเงิน
- เข้าถือหุ้นถาวรและหุ้นพิเศษ
- บริการเงินกู้แก่สมาชิก
- จัดตั้งกองทุนสวัสดิการไว้ช่วยเหลือสมาชิก
- เข้าไปถือหุ้นกับกลุ่มเกษตรกรทำสวนตำบลทอนหงส์
- เข้าไปถือหุ้นกับบริษัท เครือข่ายฯ โรงแป้งขนมจีน
- ผลิตปุ๋ยชีวภาพ
- รวบรวมผลไม้
- เปิดศูนย์การค้าชุมชน
- รับซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรให้แก่สมาชิก
- รับสร้างบ้านที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิก
- จำหน่ายรถจักรยานยนต์/และคอมพิวเตอร์
- ประกันภัย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์/และรถยนต์
- สนับสนุนด้านอาชีพ ปลูกพืช ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ แลอาชีพช่างต่างๆ
- บริการท่องเที่ยว/และเปิดบริการการดูงานแหล่งอาชีพชุมชน
สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิประโยชน์สมาชิกใช้บริการ
ได้ตามกิจการที่วิสาหกิจชุมชนกำหนดไว้ชีวิต
น้าโรจน์จึงเป็นภารกิจที่ท้าทายต่อความสามารถของผู้นำ
ยิ่งกว่าแนวคิดเก่าที่มุ่งการแข่งขันกล่าว
คือภายในองค์กรเองของผู้นำจำเป็นต้องมีทีมงาน
เพราะองค์กรเป็นชุมชนที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือสนับสนุนต่อกันของสมาชิก
แต่ผู้นำต้องร่วมกันทำงานร่วมกันรับผิดชอบในการตัดสินใจสร้างพันธกิจให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
















