วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

มารู้จักกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกัน (กับกรมการพัฒนาชุมชน)


กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

หลักการและวิธีการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
       กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจสำคัญในการสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทยในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก/วิสาหกิจชุมชน และส่งเสริมระบบการจัดการทุนของชุมชนและการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยวิธีการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้การมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อให้ชุมชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการสามารถพึ่งตนเองได้โดยในส่วนของการส่งเสริมและพัฒนาทุนกรมการพัฒนาชุมชนมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนในชนบท รวมตัวกันระดมเงินออมเพื่อจัดตั้ง กองทุนของชุมชนในรูป
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านเงินทุนประกอบอาชีพหรือใช้จ่ายยามเดือดร้อน        จำเป็นโดยการบริหารจัดการของสมาชิกและช่วยเหลือแบ่งปันกันในชุมชน
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจัดตั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2517 ที่ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดย ศ.ดร.ยุวัฒน์ วุฒิเมธี อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ภายใต้ปรัชญา
ใช้หลักการออมทรัพย์เป็นอุปกรณ์ในการพัฒนาคนเพื่อให้เกิดการพัฒนา คุณธรรม 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ความรับผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจ และความไว้วางใจในหมู่สมาชิก

ความหมาย
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หมายถึง การรวมตัวกันของชาวบ้าน เพื่อช่วยเหลือตนเองและ       ช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยการประหยัดทรัพย์ แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นทุนให้สมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อนกู้ยืมไปใช้ในการ ลงทุนประกอบอาชีพ หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัว
(พงษ์นรินทร์ อัสวเศรณี และคณะกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตและกิจกรรมเครือข่าย กรมการพัฒนาชุมชน
หลักการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จะดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพจะต้องบริหารจัดการอยู่ภายใต้

คุณธรรม 5 ประการ ดังนี้
1.ความซื่อสัตย์
2.ความเสียสละ
3.ความรับผิดชอบ
4.ความเห็นอกเห็นใจกัน
5.ความไว้วางใจกัน

แนวคิดของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต มีดังนี้
   1. การรวมคนในหมู่บ้านให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยรวมคนที่มีฐานะแตกต่างกันให้ช่วยเหลือกัน อันจะเป็นการยกฐานะคนยากจน
   2. การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุน โดยรวมกลุ่มกันออมเงินแล้วกู้ไปทำทุน
   3. การนำเงินทุนไปดำเนินการด้วยความขยัน ประหยัดและถูกต้อง เพื่อให้ได้ทุนคืนและมีกำไร
          เป็นรายได้
   4. การลดต้นทุนในการครองชีพ โดยการจัดตั้งศูนย์สาธิตการตลาด เป็นการรวมกันซื้อ-ขาย  สามารถลดต้นทุนในการซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค และปัจจัยการผลิต กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เมื่อดำเนินการระดมเงินออมมาได้ระยะหนึ่งจนสมาชิก มีความเข้าใจในการดำเนินงานกลุ่มแล้ว กลุ่มสามารถนำเงินทุนที่มีอยู่มาดำเนินกิจกรรมเพื่อ ช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาของสมาชิกและชุมชน โดยดำเนินกิจกรรมใน 3 ด้าน ได้แก่
  1. ด้านการพัฒนาอาชีพ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นแหล่งเงินทุนให้สมาชิกกู้เงิน ไปประกอบอาชีพ ขยายการผลิต และเพื่อใช้เป็นสวัสดิการในครอบครัว โดยการดำเนินกิจกรรม การบริการเงินกู้
  2. ด้านการพัฒนาระบบการจัดการทางธุรกิจ เป็นการดำเนินกิจกรรมที่ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชน เป็นการฝึกการดำเนินธุรกิจในระบบกลุ่ม และมุ่งหวังผล กำไรเพื่อนำไปดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มและการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกและชุมชน กิจกรรม เชิงธุรกิจที่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดำเนินการ ได้แก่ ศูนย์สาธิตการตลาดเป็นร้านค้าที่กลุ่มฯ ลงทุนจัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้าอุปโภค บริโภค รวมถึงปัจจัยการผลิตให้ กับสมาชิก ยุ้งฉาง เป็นกิจกรรมที่กลุ่มฯ ลงทุนจัด ขึ้น เพื่อดำเนินการซื้อขายผลผลิตของสมาชิก ด้วยการรับซื้อ ขายฝาก หรือ ฝากขาย ทั้งนี้กลุ่มจะช่วยให้สมาชิกไม่ต้องขายผลผลิตอย่างเร่งด่วน ถูกกดราคา และเป็นการหากำไรให้กับกลุ่มฯ ด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่ตั้งกลุ่มดำเนินการ ตามมติของสมาชิกเพื่อแก้ไขปัญหาและความต้องการของสมาชิกและชุมชน เช่น
ปั๊มน้ำมัน
เพื่อจัดหาน้ำมันมาบริการแก่สมาชิกและประชาชนในราคายุติธรรม ลานตากผลผลิต เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิต มีความชื้น เช่น ข้าว
, มันสำปะหลัง โรงสีข้าว เพื่อแก้ไขปัญหาข้าวเปลือกราคาตกต่ำ โดยแปรรูปเป็น ข้าวสาร และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสัตว์โดยใช้รำและปลายข้าว กองทุนปุ๋ยชีวภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาดิน เสื่อมสภาพ การผลิตน้ำดื่มสะอาด โรงแป้งขนมจีน เป็นการฝึกหัดให้กลุ่มรู้จักดำเนินธุรกิจ
  3. ด้านการสงเคราะห์และสวัสดิการ เป็นกิจกรรมที่กลุ่มดำเนินการเพื่อช่วยเหลือ สมาชิกและคนยากจนในชุมชน ได้แก่ ธนาคารข้าว เป็นกิจกรรมที่กลุ่มฯ ดำเนินการเพื่อการสงเคราะห์ ช่วยเหลือโดยการให้กู้ ให้ยืม และให้เปล่า นอกจากนี้กลุ่มฯ นำผลกำไรส่วนหนึ่งจากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ มาช่วยเหลือ สมาชิกที่เดือดร้อนและคืนสู่ชุมชน เช่น การรักษาพยาบาล ทุนการศึกษาบุตรของสมาชิก ช่วยเหลือ การจัดงานศพสมาชิกการสงเคราะห์คนชรา การพัฒนาหมู่บ้านและบำรุงรักษาสาธารณประโยชน์ เป็นต้น

วัตถุประสงค์ของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
1. ส่งเสริมให้มีการประหยัดและออมเงินในรูปเงินสัจจะ
2. ให้บริหารเงินทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพและสวัสดิการของสมาชิก
3. ให้มีประสบการณ์ในการบริหาร และจัดทำเงินทุนด้วยตนเอง
4. ส่งเสริมให้มีความสามัคคี การทำงานร่วมกัน และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
5.ให้มีประสบการณ์ในการบริหาร และจัดการเงินทุนของตนเอง
เงินทุนของกลุ่ม

1. เงินสัจจะสะสมเป็นเงินที่ได้จากการออมของสมาชิกจำนวนเท่าๆกันทุกเดือนตามกำลังความสามารถเพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตซึ่งจะจ่ายคืนเงินสัจจะสะสมเมื่อสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพแล้วเท่านั้น ซึ่งกลุ่มจะจ่ายผลตอบแทนในรูปของเงินปันผล
2. เงินสัจจะสะสมพิเศษ เป็นเงินรับฝากจากสมาชิก ที่มีเงินเหลือและประสงค์จะฝากเงินได้กับกลุ่ม ซึ่งสามารถถอนเงินออกไปใช้จ่ายเมื่อจำเป็น และกลุ่มจะจ่ายผลตอบแทนใน รูปแบบดอกเบี้ยตามระเบียบของกลุ่ม
3. เงินรายได้อื่น ๆ เช่น ค่าสมัคร/ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ดอกเบี้ย
4. เงินอุดหนุน จากส่วนราชการ องค์กรปกครองท้องถิ่น และองค์กรอื่น
สมาชิก
สมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมี 3 ประเภท คือ
1.สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลทุกเพศ ทุกวัยภายในหมู่บ้าน/ตำบล ที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่ม ตามระเบียบข้อบังคับของกลุ่ม
2. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ กลุ่ม/บุคคล ภายในหมู่บ้าน/ตำบล ที่สนใจและสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม โดยไม่ประสงค์จะกู้เงินจากลุ่ม
3. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ข้าราชการ หรือคหบดี ที่สนใจและให้การสนับสนุนกลุ่มโดยไม่หวังผลตอบแทน
หน้าที่ของสมาชิก
1. ส่งเงินสัจจะสะสมเป็นประจำทุกเดือน
2. ส่งคืนเงินกู้ตามกำหนด
3. เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่ม
4. เข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี
5. มีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม
6. ให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ดีแก่กลุ่ม
7. กำกับ ตรวจสอบการดำเนินงานของกลุ่ม

คณะกรรมการ
คณะกรรมการบริหารกลุ่มออมทรัพย์ มี 4 คณะ ดังนี้
1. คณะกรรมการอำนวยการ จำนวน 5-9 คน มีหน้าที่ในการบริหาร จัดการกลุ่มออมทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพ เป็นที่พึงพอใจของสมาชิก ตลอดจนเป็นตัวแทนของกลุ่มในการประสานงาน และติดต่อกับองค์กรภายนอก
2. คณะกรรมการพิจารณาเงินกู้ จำนวน 3-5 คน มีหน้าที่ในการพิจารณาให้กู้
ยืมเงิน ติดตามโครงการ และเร่งรัดหนี้สิน
3. คณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 3-5 คน มีหน้าที่ในการตรวจสอบบัญชีและผลการดำเนินงาน
      ของกลุ่ม
4.คณะกรรมการส่งเสริมจำนวนขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกและระเบียบข้อบังคับของกลุ่มมีหน้าที่ชักชวน ผู้สมัครใจสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มออมทรัพย์แก่สมาชิกประสานงานระหว่างสมาชิกกับกลุ่ม และกลุ่มกับสมาชิกให้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
กิจกรรมของกลุ่ม
1. กิจกรรมด้านการให้บริการรับฝากเงิน และการกู้ยืมเงิน
2. กิจกรรมด้านการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก
3. ขยายเครือข่ายและทำธุรกิจ เช่น ศูนย์สาธิตการตลาด
, โรงสี เป็นต้น
4. กิจกรรมในการพัฒนาสมาชิก เช่น การฝึกอบรม การศึกษาดูงาน
ประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์
1. ส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมเงิน และนำเงินไปใช้ในการพัฒนาอาชีพ โดยลดภาระการกู้ยืมเงินจากแหล่งอื่น ๆ ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
2. พัฒนาคนให้มีคุณธรรม 5 ประการ คือ ซื่อสัตย์ เสียสละ รับผิดชอบ เห็นอกเห็นใจ และไว้วางใจซึ่งกันและกัน
3. ฝึกประสบการณ์การบริหารเงินทุน ให้กับบุคคลในชุมชน
4. พัฒนาศักยภาพของคนในด้านต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้นำ การปกครอง ตามระบบประชาธิปไตย
5. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา คิดและแก้ปัญหาของตนเองด้วยวิธีการทำงานร่วมกัน

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา กับ รางวัลและกำลังใจ





















ความเป็นมานายวิโรจน์ คงปัญญา
วิโรจน์  คงปัญญา
เกิด                         วันที่  1 มกราคม 2490
สถานที่เกิด           จังหวัดนครศรีธรรมราช
บิดา                        นายเชย  คงปัญญา
มีพี่น้องทั้งหมด  3 คน
1.นางหนูริม  ไตรเมศ
2.นางมารี  นวลมังสอ
3.นายวิโรจน์  คงปัญญา

คู่สมรส นางยินดี  คงปัญญา

มีบุตรธิดารวม  3 คน
                1.นางวราภรณ์  สุวรรณพันธ์           ทำธุรกิจส่วนตัว
                2.นายนิวัฒน์  คงปัญญา                    ทำงานรัฐวิสาหกิจ
                3.น.ส.เสาวภา คงปัญญา                   ทำงานพยาบาลวิชาชีพ

 
ที่อยู่ปัจจุบัน          บ้านเลขที่ 82/1 หมู่ที่ 2 ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

โทรศัพท์               075-394337 , 089-8723368

อาชีพ                     1.อาชีพหลัก ทำสวนยางพาราและสวนผลไม้(สวนสมรม)
                                2.อาชีพรอง ทำงานบริษัท เครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด
                                3.อาชีพเสริม ผลิตเส้นขนมจีนจำหน่ายปลีกและส่ง

2.ประวัติการศึกษา
                การศึกษา
                             จบระดับประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคงคาวง
                             จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียน ศิริปัญญาจารย์
                             จบระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปะศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และ
                            ขณะนี้กำลังการศึกษาต่อปริญญาโท สาขา สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน
3.ประสบการณ์ทำงาน
                          ปีพ.ศ.    2529                      เป็นนายกสมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์
                                       2534                       เป็นกรรมการสมาคมชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช
                               2534-2536            เป็นกรรมการสมาคมกลุ่มออมทรัพย์บ้านดอนคา
                                2534-2540            เป็นประธานกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
                                2537-2551            เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด
                                2542-2545     เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนตำบลทอนหงส์
                                2543-2548      เป็นอนุกรรมการกองทุนหมู่บ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช
                                2544-2546      เป็นอนุกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
                                2545-2548     เป็นกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนพรหมคีรี อ.พรหมคีรี
                                2547-2548    เป็นอนุกรรมการประเมินองค์กรปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช
                                2548-2550   เป็นคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
                                2549           เป็นคณะกรรมการประกวดหมู่บ้านระดับภาคของกรมการพัฒนาชุมชน
                                2550-2552  เป็นกรรมการสถานศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์จังหวัดนครศรีธรรมราช
2551-2553         เป็นกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรม ส่งเสริมการเกษตร
                                2554-ปัจจุบัน     ผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
                                2558           ประธานกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
4.ประวัติเกียรติคุณที่ได้รับ
1)รางวัลชนะเลิศการประกวดกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจากกรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2538

2)รางวัลผู้นำอาชีพก้าวหน้าระดับจังหวัดโดยคณะกรรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยปี พ.ศ. 2541

3)ใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นด้านผู้นำชุมชน คนดีศรีพรหมคีรี ปีพ.ศ.2542

4)รางวัลเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชสาขาภูมปัญญาชาวบ้านปี พ.ศ.2543

5)ใบประกาศเกียรติคุณในการแทรกแซงราคายางพาราจนประสพผลสำเร็จปี พ.ศ.2543

6)ประกาศนียบัตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปีพ.ศ.2543

7)เกียรติบัตรนักพัฒนาดีเด่น ด้านจัดกระบวนการด้านพัฒนาชุมชนกลุ่มออมทรัพย์บ้านทอนหงส์และบริษัทผลิตภัณฑ์เครือข่ายอาหาร จำกัด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

8)ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณพัฒนาวิสาหกิจชุมชนดีเด่น/เศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงมหาดไทยปี พ.ศ. 2547

9)ได้รับประกาศเกียรติคุณ คนดีเพื่อสังคม อำเภอพรหมคีรี ปี พ.ศ. 2548

            10)ได้รับประกาศเกียรติคุณ คนดีเพื่อสังคม ระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี พ.ศ.2548
5.ประวัติการทำงานและผลงานเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้
               เริ่มต้นชีวิตการทำงานยางพารา ที่ได้ตกทอดมาจากคุณพ่อสมัย ปีพ.ศ.2506 เพราะครอบครัวคุณพ่อทำอาชีพสวนยางพารา และสวนสมรมแต่สวนยางพาราสมัยนั้นเป็นยางพาราพื้นเมือง โคนต้นยางที่โตขนาด 200-400 ซ.ม. และน้ำยางประมาณต้นละ 3-7 ขีด ของน้ำยางแต่ละวันที่กรีด เพราะกระแสการพารามาแรงมาก เนื่องจากราคายางขึ้นไปถึง กิโลกรัมละ  20 บาท ซึ่งสำหรับอาชีพชาวสวนยางสมัยนั้นกิโลกรัมละ 20 บาทนับว่ามากพอทีเดียว ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครอยากไปเรียนต่อหรือประกอบอาชีพอื่น เพราะทำสวนยางมีเงินมากกว่า ยางไม่กี่กิโลกรัมก็ได้เงินเป็นร้อยแล้ว (เทียบค่าเพิ่มประมาณ 10 เท่าในปัจจุบัน)
                นายวิโรจน์  คงปัญญา มีศักยภาพที่จะเรียนต่อได้ แต่ก็ไม่เรียน เพราะต้องเดินทางไปเรียนที่ตัวจังหวัด 30 กิโลเมตร เพราะขณะนั้นทำสวนยางมีเงินใช้จ่ายอย่างคล่องมือ ทำให้การเป็นอยู่ของชีวิตในตอนนั้นไม่ลำบา
จากวัยรุ่นสู่ชีวิตครอบครัว
                พออยู่ระยะหนึ่งในปีพ.ศ.2512 ราคายางก็ลดลงต่ำสุดทำให้ชีวิตของกระผมต้องเปลี่ยนไป สวนยางพาราพื้นเมืองที่คุณพ่อปลูกไว้ก็ทรุดโทรมมากจำเป็นต้องโค่นสวนยางเก่าและปลูกใหม่
                เมื่อย่างเข้าสู่วัยที่ลูกผู้ชายต้องบวชเรียนก็ได้เข้าอุปสมบทที่วัดใกล้ ๆบ้านตามวิถีชีวิตของคนชนบทที่ลูกผู้ชายต้องบวชเรียนก่อนเพื่อที่พ่อแม่จะได้จับชายผ้าเหลืองของลูกชายเป็นบุญกุศลจึงได้บวช 1 พรรษาเมือได้ลาสิกขาแล้วก็ไปรับการคัดเลือกเป็นทหารกองเกินพอดี ผลการคัดเลือกในปีนั้นก็ไม่ได้รับการคัดเลือกก็ได้กลับมาใช้ชีวิต ทำสวนตามปกติและก็ได้แต่งงานกับ นางสาวยินดี สุทธพันธ์ ในช่วงระยะแรกของการแต่งงาน จากที่ใช้ชีวิตคนเดียวเมื่อมีครอบครัวก็ต้องมาใช้ชีวิตอย่างรอบคอบขึ้นไม่ว่าการเป็นอยู่และการทำมาหากินเพื่อที่จะสร้างรายได้ให้ความมั่นคงแก่ครอบครัว จึงวางแผนชีวิตไว้สามขั้นตอน
คือ 1.ต้องมีอาชีพหลัก  2.ต้องมีอาชีพรอง  3.ต้องมีอาชีพเสริม
                ในช่วงการเริ่มมีบุตรคนแรก มีปัญหาเยอะมาก บางช่วงรายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องทำงานทุกอย่างกระผมได้ศึกษาและเรียนรู้การดำรงชีวิตท่ามกลางความยากลำบากมาระยะหนึ่ง จนทำให้มองเห็นปัญหาทุกอย่าง กระผมมองว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะเราทำงานเลียนแบบมาจากพ่อแม่ซึ่งทำแบบเก่า ๆ ไม่มีการพัฒนา
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง พอลองจดบันทึกและคำนวณจากที่เราทำสวนมาเป็นเวลา 10 ปี จริง ๆแล้วเรามีกำไรแค่ 3 ปีแรกอีก 7 ปีขาดทุน เพราะเราเป็นเกษตรกรไม่คิดค่าแรงตัวเองแต่กินทุนตนเอง จากการจดบันทึกทำให้ทราบว่าเรากู้หนี้เอามาหมุน ขั้นตอนที่มีกำไรคือค้าขายและแปรรูป ซึ่งส่วนใหญ่พวกเราเป็นเกษตรกรเอาไปขายพ่อค้า เพราะพวกเราขาดการจัดการดั่งนั้นพวกเราต้องเปลี่ยนวิธีการจัดการและแปรรูปทำทุกขั้นตอนเรียนรู้ จะทำคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องร่วมกันทำ กระผมตั้งใจว่าจะทำให้พวกชาวเกษตรกรสามารถพัฒนาตนเองได้ ซึ่งทดลองแล้วว่าทำได้ จึงทำให้เกิดการร่วมกลุ่มขึ้นเป็นเครือข่ายใช้เชื่อว่าเครือข่าย ยมมา เพื่อผลิตแป้งขนมจีนสำเร็จรูปขึ้น และจดทะเบียนจัดตั้งเป็น บริษัท เครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เอาข้าวสารมาแปรรูปเป็นแป้งขนมจีน สามารถพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรผู้ผลิตเส้นขนมจีนรายย่อยเป็นแนวทางเท่านั้นไปคุยกับนักธุรกิจเพื่อขอรับคำปรึกษาบ้าง เพื่อขอคำแนะนำในสิ่งที่กระผมเองยังไม่รู้หรือเกิดข้อสงสัยเพื่อจะนำมาปรับปรุงในการทำงานอยู่ตลอดเวลา

การทำงานเพื่อส่วนรวมและชุมชน
1.เรียนรู้เรื่องสวนยางและราคายาง
                กระผมเป็นชาวสวนยาง เห็นชาวสวนยางแย่ลง แต่พ่อค้าคนกลางกลับรวยขึ้น เพราะมีเงินทุนมีมันสมองและพวกเขากำหนดราคาเองในการรับซื้อ เราพวกเกษตรกรก็ทำสวนกันมานานเหมือนกัน มีจุดแข็งคือ มีสวนมีผลผลิตมีทรัพยากรแต่พวกเราหลาย ๆ คนต้องมารวมตัวกัน เพื่อจัดตั้งองค์กรปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ตามความต้องการเป็นทั้งผู้ผลิตและคนกลาง เพื่อต่อรองราคากับพ่อค้าหรือให้พ่อค้าประมูลราคาขาย
                ในช่วงปีพ.ศ.2529 มีชาวสวนยางในตำบลทอนหงส์รวมกลุ่มกันประมาณ 70 คน ได้ประชุมร่วมกัน จึงนำปัญหามาวิเคราะห์พบว่ามีปัญหา 4 เรื่องคือ คุณภาพ น้ำหนัก ราคา องค์กร มีประชุมจังค้นหาคำตอบร่วมกัน จนได้ข้อสรุปว่าพวกเราต้องร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรที่เป็นทางการที่ประชุมได้อภิปรายและมีข้อเสนอให้จดทะเบียน สมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์ ได้เลือกตั้งคณะกรรมการ 9 คน ให้คณะกรรมการเลือกนายกสมาคม 1 คน ได้ร่างระเบียบข้อบังคับวัตถุประสงค์และยื่นจดทะเบียนเมื่อ
วันที่ 30 เมษายน 2529 ที่ประชุมได้เลือกนายวิโรจน์  คงปัญญา เป็นนายกสมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์ หลังจากนั้นได้นัดคณะกรรมการสมาคมไปศึกษาดูงานหลายบริษัท ที่ส่งออกยางพาราเพื่อประสานงานรับซื้อยาง หรือประมูลปรากฏว่าได้ดำเนินการมาประมาณ 3 เดือน ราคายางที่ตำหน่ายตรงให้กับบริษัทสูงกว่าพ่อค้าทั่วไปรับซื้อกิโลกรัมละ 2.50 บาททุก ๆบริษัททำให้ชาวสวนยางแก้ปัญหาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เมื่อค้นพบปัญหาและสรุปได้ว่า ต้องรวมกลุ่มกันในการจำหน่ายย่างพารากลุ่มเล็ก ๆจึงได้จัดการจดทะเบียนจัดตั้งเป็น สมาคมชาวสวนยางตำบลทอนหงส์ เพื่อสร้างแนวทางแก้ปัญหากับพวกเรา ตั้งแต่ระบบการปรับปรุงคุณภาพ การจัดการด้านตลาด เป็นการจัดการทรัพยากรของชุมชน เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ลดขั้นตอนที่เป็นภาระและค่าใช้จ่ายของพวกเราที่เป็นสมาชิกของสมาคม  ใช้องค์กรเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือตนเองและซึ่งกันและกัน 
2. ชีวิตผู้นำที่สังคมมอบให้จัดการ
                เป้าหมายคือช่วยเหลือคนอื่นและเรามีความสุข ตำแหน่งต่างๆที่ไม่เป็นทางการเยอะแยะมากมาย มาถึงตอนนี้ถามว่ามีความภูมิใจไหม ก็ไม่ใช่ความภูมิใจ เพราะกระผมไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้ คนอื่นและสังคมเข้ามาจัดการแต่เราปฏิเสธไม่ได้ มีคนถามว่าได้รับรางวัลต่างๆ แล้วคิดว่าจะทำอะไรต่อ ผมบอกว่า ผมจะทำเหมือนเดิมแต่ผมต้องการค้าหาความรู้เพิ่มเติมไว้ช่วยเหลือสังคมที่เขาลำบากกว่าเรา
                เมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2534 สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ได้เสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้ นายวิโรจน์ คงปัญญา เป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาที่มีสมาชิกอยู่จำนวน 475 คน มีเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 1,549,100 บาท
                หลังจากที่ชาวบ้านได้ไว้วางใจเลือกกระผมเข้ามาทำงาน กระผมเองก็คิดหนักอยู่หลายวัน เพื่อสร้างแนวคิดในการพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้าและต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน เช่น การจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการได้รับความสนใจจากสมาชิกบุคคลทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมีส่วนร่วมของสมาชิก ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ตลอดเป็นการใช้ภูมิปัญญาในการจัดการ ทุน และชุมชนได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ช้าบ้านในชุมชนและระหว่างชุมชนได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์พึ่งพาอาศัยกันมากขึ้น กล่าวคือ กองทุนเหล่านี้ต่างก็เป็นต้นแบบของกลุ่มหรือกิจกรรมอื่นๆในชุมชน เช่น กลุ่มรวบรวมผลผลิตและการแปรรูปร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มเยาวชน และผู้สูงอายุเป็นต้น
                กระบวนการเรียนรู้ดั่งกล่าวนี้เอง ทำให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตามนโยบายกรมการพัฒนาชุมชนมุ่งหวังเพียงให้ชาวบ้านสะสมเงินร่วมกันคนละเล็ก คนละน้อยสำหรับเป็นทุนในการผลิตได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บางกลุ่มบางชุมชนได้ เรียนรู้มากกว่านั้น เพราะกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคาได้พัฒนาแนวคิดสร้างกระบวนการเรียนรู้เป็นระบบการจัดการทุนของชุมชนเป็นระบบสวัสดิการชุมชน ดั่งวิโรจน์ คงปัญญา ประธานบริหาร กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา ตำบลทอนหงส์
อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เคยบรรยายให้ผู้บริหารระดับสูง ของกรมการพัฒนาชุมชน ว่า ถ้ากรมพัฒนาชุมชนจะตั้งกลุ่มออมทรัพย์ให้พัฒนาแนวทางใหม่คือ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อกระจายผลผลิตและจัดสวัสดิการเป็นรูปแบบการกระจายอำนาจหรือการพัฒนาจากกองทุนเล็กๆ ให้ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในชุมชนอย่างไม่เคยมีมาก่อน
งานที่ทำหรือรับผิดชอบในปัจจุบัน
อาชีพ : ทำการเกษตรหรือทำสวนเป็นอาชีพหลักของครอบครัว
  1. สวนยางพารา
  2. สวนสมรม มีผลไม้ต่างๆ เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง สะตอ
  3. ผลิตเส้นขนมจีนจำหน่าย
  4. ค้าขาย
  5. การทำงาน: เพื่อส่วนรวมชุมชน
  1. ประธานองค์กรเครือข่ายการเงินชาวบ้านเมืองนคร
  2. กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
  3. กรรมการสถานศึกษามหาวิทยาลัยช่างศิลปะนครศรีธรรมราช
  4. ประธานกรรมการ วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา
  5. กรรมการและผู้จัดการบริหาร บริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด (โรงแป้งขนมจีน)
สำนักงาน: ที่ทำงานปัจจุบัน
1.) บริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด   27/6 หมู่ที่ 5 ตำบลกะหรอ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 โทรศัพท์ 075-470992 089-8723368

            2.)วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา     

195 หมู่ที่2 ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช 80320

โทรศัพท์ 075-394000 แฟ๊ก 075-394000 089-8723368
บทเรียนวิสาหกิจชุมชน
โรงแป้งขนมจีนจังหวัดนครศรีธรรมราช
                เริ่มจุดประกายจากผู้นำ เครือข่าย ยางพารา” “ไม้ผล” “และนาข้าว ที่มีผู้นำแต่ละองค์กรได้ร่วมประชุมกันทำแผนแม่บทชุมชนร่วมกับชุมชนอำเภอพรหมคีรีในการสร้างนวัตกรรมแนวคิดใหม่ในการดำเนินการ วิสาหกิจชุมชนทั้งที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติรองรับ จึงเป็นที่สงสัยของสังคม ว่าชุมชนมีศักยภาพหรือไม่ประเด็นอยู่ที่ว่าผ่านมาชุมชนถูกครอบงำโดยระบบสังคม การหลุดพ้นออกจากครอบงำได้ด้วยตนเองเป็นเรื่องยากชุมชนที่ทำได้ถือว่าเป็น “-ข้อยกเว้น เป็นชุมชนที่มีศักยภาพสูงกว่าชุมชนอื่นๆ ที่ดิ้นรนด้วยตนเอง ขณะที่ชุมชนอื่นๆ หากได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะโอกาสเรียนรู้ที่เหมาะสมพวกเขาก็พัฒนาตนเองได้เช่นเดียวกัน
                ในการเรียนรู้เบื้องต้นชองชุมชนต้องร่วมกันคิดและร่วมกันค้นหาศักยภาพของตนเองและตอบคำถามให้ได้ด้วยวิธีคิดใหม่ว่าจะเอาทุน เอาความรู้ เอาตลาด มาจากไหน และต้องเป็นอะไรที่ใหม่ แตกต่างจากเดิมเมื่อคิดถึงต้นทุน ก็คิดถึงองค์กรทุน หน่วยงานของรัฐบ้าง ธนาคารบ้าง คิดถึงทุนจากภายนอกเป็นอันดับแรก แต่วิธีคิดใหม่นี้ต้องค้นหา ทุนภายในชุมชนเอง ทุนซึ่งชุมชนจำนวนมาก ได้ค้นพบว่ามีอยู่มาหมาย ทั้งทุนทรัพยากร ทุนโภคทรัพย์ ทุนทางสังคม เมื่อค้นพบเช่นนี้ชุมชนหลายแห่งที่อยู่กับเครือข่ายเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าตัวเองเข้ามาลงทุนลงหุ้นเพื่อเริ่ม วิสาหกิจชุชนโรงแป้งขนมจีนด้วยความเชื่อมั่นว่าจะไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน เพราะพวกเขามีพร้อม ความรู้ก็มีในชุมชนขาดความรู้ด้านอะไรก็ออกไปเรียนรู้ได้ มีคนพร้อมที่จะให้ความรู้ แม้จะต้องออกค่าใช้จ่ายเองชุมชนก็พร้อมที่จะลงทุนให้ไปเรียนเพื่อกลับมาพัฒนา วิสาหกิจชุมชนตลาดนั้นแต่เดิมมักคิดถึงตลาดใหญ่ในเมืองทั้งๆที่ตลาดใหญ่มีอยู่แล้วในชุมชน ผู้บริโภคคือชาวบ้าน นอกนั้นยังมีตลาดเครือข่ายระหว่างตำบล อำเภอ จังหวัด และภาคที่เชื่อมเป็นเครือข่ายกัน
                นอกจากความคิดเรื่องตลาดแล้ว วิสาหกิจชุมชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองว่าอยู่ที่เครือข่าย พวกเราคิดคนเดียว ทำคนเดียวไม่ได้คิดในกลุ่มเล็กๆ ทำในกลุ่มเล็กๆ ก็อาจจะไปไม่รอด หลายๆเรื่องต้องคิดร่วมกันบริโภคร่วมกันใช้ด้วยกันต้องคิดและทำเครือข่าย เพราะนี้จุดแข็งขององค์กรชุมชนและวิสาหกิจชุมชน
                พวกเราระดมหุ้นเพราะมีหุ้นส่วนจากเครือข่าย ระดมทรัพยากรวัตถุดิบผลผลิตจากสมาชิกเครือข่าย มีการแลกเปลี่ยนผลผลิตสินค้าที่แปรปรวน ส่วนต่างจึงจ่ายเป็นเงินสด โดยเน้นที่สินค้าพื้นฐาน ต้องกินต้องใช้เป็นอันดับแรกและมีทรัพยากรในชุมชนของเราเอง
                การแลกเปลี่ยน เป็นวิธีการที่ใช้กับทุกระดับอยู่แล้วตั้งแต่การผลิตแบบอุตสาหกรรมครัวเรือนไปถึงระดับชาติอย่างคนที่ผลิตข้าวสารจากเครือข่ายปากพนังและหัวไทรเปลี่ยนสินค้ากับเครือข่ายโรงแป้งขนมจีนที่อำเภอพรหมคีรี และส่วนหนึ่งเอาแป้งขนมจีนไปแลกกับสินค้าอื่นๆที่เครือข่ายพรหมคีรีต้องการ
                ที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของวิสาหกิจชุมชน ซึ่งหลายแห่งมีการเรียนรู้มานานหลายแห่งมีการดำเนินการระดับหนึ่ง หลายแห่งเพิ่งเริ่มต้นและส่วนใหญ่ยังไม่ได้ลงมือเพราะต้องค้นหาศักยภาพตนเองเสียก่อน

               วิสาหกิจชุมชนจึงเปิดทาง แนวความคิดใหม่ให้การพัฒนาประเทศสร้างรากฐานให้ชุมชนมีความเข้มแข็งมีรายได้ มีสวัสดิการ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ต่อเมื่อชุมชนอันเป็นรากฐานของสังคมให้อยู่รอด ประเทศชาติจะอยู่รอด

ผลงานที่ได้รับการยอมรับของ คุณวิโรจน์

                คุณวิโรจน์ คงปัญญา หรือ น้าโรจน์ เป็นผู้นำชุมชนที่มีประสบการณ์ในแวดวง งานพัฒนา สังคมต่างรู้จักกันดีว่าเป็นบริหารกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา และโรงแป้งขนมจีน ที่มีจำนวนสมาชิก10,000 กว่าคน มีเงินทุนหมุนเวียน 120 กว่าล้านบาท กระผมคิดว่าไม่ใช่ว่า น้าโรจน์เป็นคนธรรมดาแต่แกมีความสามารถในการบริหารวาน บริหารคนและบริหารเงินให้กับสมาชิกในตำบลมีความเชื่อถือและไว้วางใจ

                เฉพาะสถานที่ ที่ น้าโรจน์ทำงานแกได้เปิดโอกาสให้คนเข้ามาศึกษาดูงานตลอด แกเป็นวิทยากรบรรยายให้กับผู้เข้ามาศึกษาดุงานประมาณปีละ 20-30 คณะ กระผมได้เข้าไปศึกษาและสอบถามชาวบ้านหลายครอบครัว เรื่องชีวิต ของน้าโรจน์ แล้วนำมาเขียนแบบย่อในกรณีภาวะผู้นำที่เป็นแบบอย่างให้กับชุมชน
ผลงานที่ได้รับรางวัลจากหน่วยงานด้นเกียรติคุณ

  1. รางวัลชนะเลิศการประกวดกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จากกรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ปี พ.ศ. 2538
  2. รางวัลผู้นำอาชีพก้าวหน้าระดับจังหวัดโดยคณะกกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ปี พ.ศ. 2542
  3. ใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นด้านผู้นำชุมชน คนดีศรีพรหมคีรีปี พ.ศ. 2543
  4. รางวัลเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาภูมิปัญญาชาวบ้าน ปี พ.ศ. 2543
  5. ใบประกาศเกียรติคุณในการแทรกแซงตลาดยางพารา จนประสบความสำเร็จปี พ.ศ.2543
  6. ประกาศนียบัตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปี พ.ศ.2543
  7. เกียรติบัตรนักพัฒนาดีเด่น ด้านจัดกระบวนการด้านพัฒนาชุมชนกลุมออมทรัพย์บ้านทอนหงส์ และบริษัทเครือข่ายผลิตภัณฑ์อาหารจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชปี พ.ศ.2545
  8. ได้รับโล่เกียรติคุณพัฒนาวิสาหกิจชุมชนดีเด่น/ เศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงมหาดไทยปี พ.ศ.2547
  9. ได้รับประกาศเกียรติคุณ คนดีเพื่อสังคม อำเภอพรหมคีรี ปีพ.ศ.2548
  10. ได้รับประกาศเกียรติคุณ คนดีเพื่อสังคม ระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีพ.ศ. 2548
  11. ได้รับเกียรติบัตร โครงการรักษาสิ่งแวดล้อมอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ปีพ.ศ.2551

การวิเคราะห์ภาวะผู้นำของ (นายวิโรจน์ คงปัญญา)

จากการวิเคราะห์แนวความคิดและทฤษฏีต่างๆ ที่เกี่ยวกับการภาวะผู้นำและคุณลักษณะและพฤติกรรมภาวะผู้นำที่ดีของนักวิจัยได้สังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิดคุณลักษณะและพฤติกรรม

ภาวะผู้นำที่ดีมีรายละเอียดดังนี้

คุณลักษณะภาวะผู้นำ

ลักษณะนิสัย (Characteristics)

  1. มีความสามารถในงานบริหารที่รับผิดชอบ
  2. มีความยุติธรรม
  3. มีความสามารถในการวางแผนและจัดระเบียบงาน
  4. มีความซื่อสัตย์สุตจริต
  5. เป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา
  6. เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย
  7. เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
  8. มีความรับผิดชอบ
  9. มีคุณธรรม

พฤติกรรมภาวะผู้นำ

  1. บรรยากาศของความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  2. เน้นให้มีการวางแผนร่วมมือ
  3. เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
  4. สนับสนุนการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม
  5. มอบหมายงานสำคัญให้แต่ละคนทำงานเรียนรู้งาน เพราะมั่นใจว่างานสำเร็จ
  6. สนับสนุนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ความสามารถเพื่อนำมาช้ในการแก้ปัญหาและปฏิบัติงาน
  7. ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรมวิชาชีพและประสบการณ์แบบอย่างนักบริหาร
  8. แสดงความเป็นมิตรไม่ถือตัว
  9. มีคำพูดกับการกระทำสอดคล้องกัน

จากการศึกษา น้าโรจน์ คงปัญญาและชีวิตการทำงาน

                เมื่อกระผมได้ศึกษา ชีวิตภาวะผู้นำตัวอย่าง น้าโรจน์จะเห็นว่าการทำงานกับสังคมของแกที่บริหารอยู่มีองค์กรสองรูปแบบ รูปแบบที่1 เป็นรูปแบบการบริหารองค์กรการเงินที่เป็นคณะบุคคล และรูปแบบที่ 2 เป็นรูปแบบนิติบุคคลตามกฎหมาย คือบริษัทจำกัด โดยเฉพาะรูปแบบองค์กรการเงินที่เป็นคณะบุคคลที่มีสมาชิกจำนวนมากและต้องอาศัยคณะบุคคลทำงานและบริหารจำนวน 47 คน เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน 4 คน เพราะต้องรับผิดชอบเงินของสมาชิกจำนวน 100 กว่าล้านบาท และกิจการวิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์ให้บริการสมาชิกหลายกิจการเช่น

  1. ออมเงินทุกๆเดือน
  2. รับฝากเงิน
  3. เข้าถือหุ้นถาวรและหุ้นพิเศษ
  4. บริการเงินกู้แก่สมาชิก
  5. จัดตั้งกองทุนสวัสดิการไว้ช่วยเหลือสมาชิก
  6. เข้าไปถือหุ้นกับกลุ่มเกษตรกรทำสวนตำบลทอนหงส์
  7. เข้าไปถือหุ้นกับบริษัท เครือข่ายฯ โรงแป้งขนมจีน
  8. ผลิตปุ๋ยชีวภาพ
  9. รวบรวมผลไม้
  10. เปิดศูนย์การค้าชุมชน
  11. รับซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรให้แก่สมาชิก
  12. รับสร้างบ้านที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิก
  13. จำหน่ายรถจักรยานยนต์/และคอมพิวเตอร์
  14. ประกันภัย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์/และรถยนต์
  15. สนับสนุนด้านอาชีพ ปลูกพืช ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ แลอาชีพช่างต่างๆ
  16. บริการท่องเที่ยว/และเปิดบริการการดูงานแหล่งอาชีพชุมชน
สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิประโยชน์สมาชิกใช้บริการ ได้ตามกิจการที่วิสาหกิจชุมชนกำหนดไว้ชีวิต
น้าโรจน์จึงเป็นภารกิจที่ท้าทายต่อความสามารถของผู้นำ ยิ่งกว่าแนวคิดเก่าที่มุ่งการแข่งขันกล่าว คือภายในองค์กรเองของผู้นำจำเป็นต้องมีทีมงาน เพราะองค์กรเป็นชุมชนที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือสนับสนุนต่อกันของสมาชิก แต่ผู้นำต้องร่วมกันทำงานร่วมกันรับผิดชอบในการตัดสินใจสร้างพันธกิจให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน